"พาณิชย์" ปรับกติกา 8 ธุรกิจบริการเฉพาะทาง ของคนต่างด้าว
"ศุภจี" แจง พาณิชย์ปรับกติกา 8 ธุรกิจบริการเฉพาะทางของคนต่างด้าว ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน ไม่ได้ลดการควบคุม "นอมินี" เข้มกว่าเดิม
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เล่าถึงการปรับกติกาการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวใน 8 ธุรกิจบริการเฉพาะทาง ซึ่งหลายคนอาจมีข้อกังวลว่า การลดขั้นตอนครั้งนี้จะทำให้การกำกับดูแลลดลงหรือไม่
ขออธิบายให้เห็นภาพง่าย ๆ ว่า ปัจจุบันธุรกิจบางประเภทมีหน่วยงานเฉพาะกำกับดูแลอยู่แล้ว เช่น ธุรกิจโทรคมนาคมอยู่ภายใต้การกำกับของ กสทช. ธุรกิจศูนย์บริหารเงินอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ส่วนธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอยู่ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต.
ที่ผ่านมา แม้ธุรกิจเหล่านี้จะผ่านการอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับของหน่วยงานเฉพาะที่ตรวจสอบทั้งเรื่องเนื้อหาของธุรกิจและเรื่องสัดส่วนการถือครองต่างด้าวตามกฏหมายกำหนดแล้ว หากเป็นการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ก็ยังต้องมาขออนุญาตจากกระทรวงพาณิชย์อีกชั้นหนึ่ง จึงเกิดการพิจารณาเรื่องเดียวกันซ้ำหลายครั้ง
สิ่งที่กระทรวงพาณิชย์กำลังทำ คือการตัดขั้นตอนของกระทรวงในส่วนที่ซ้ำซ้อนออก และให้หน่วยงานที่มีอำนาจและความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นกำกับดูแลโดยตรงต่อไปค่ะ การปรับครั้งนี้จึงไม่ได้ทำให้ธุรกิจทั้ง 8 ประเภทอยู่นอกการควบคุม แต่เป็นการจัดบทบาทของแต่ละหน่วยงานให้ชัดเจนขึ้น ธุรกิจยังต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขของหน่วยงานที่รับผิดชอบเช่นเดิม เพียงไม่ต้องผ่านการอนุญาตเรื่องเดียวกันจากหลายหน่วยงาน
สำหรับเราการพัฒนาประสิทธิภาพของภาครัฐต้องเริ่มจากการทบทวนบทบาทและขั้นตอนการทำงานให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนไป หากภารกิจใดมีหน่วยงานที่มีอำนาจและความเชี่ยวชาญรับผิดชอบโดยตรงอยู่แล้ว กระทรวงพาณิชย์ก็พร้อมปรับบทบาทของตนเอง เพื่อให้การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานมีความชัดเจน คล่องตัว และเกิดประโยชน์ต่อประเทศมากที่สุด
ซึ่งก็ถือเป็นหนึ่งในการขับเคลื่อน Pillar 4 ของ กรอ. ด้านการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ โดยมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่ต้องการให้หน่วยงานรัฐทำงานร่วมกันมากขึ้น แบ่งหน้าที่กันให้ชัดเจน และลดขั้นตอนที่ประชาชนหรือภาคธุรกิจไม่จำเป็นต้องทำซ้ำ เพื่อช่วยลดอุปสรรคและทำให้การลงทุนในประเทศไทยคล่องตัวขึ้น
ผลที่ประเทศไทยจะได้รับ คือการทำธุรกิจและการลงทุนในไทยคล่องตัวขึ้น ลดต้นทุนและระยะเวลาที่เกิดจากกระบวนการอนุญาตหลายชั้น ช่วยให้ไทยแข่งขันดึงดูดการลงทุนที่มีคุณภาพ เทคโนโลยี และองค์ความรู้จากต่างประเทศได้ดีขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การจ้างงาน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และโอกาสของผู้ประกอบการไทยในห่วงโซ่อุปทาน
ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ไม่ได้ลดความเข้มงวดกับธุรกิจต่างด้าวเลยแม้แต่น้อย แต่เราเพิ่มความเข้มข้นขึ้นอีกด้วย เช่น หน่วยงานที่กำกับดูแลที่ได้รับมอบหมายมีการตรวจสอบเรื่องสัดส่วนการถือหุ้นของต่างด้าวหรือการมีอำนาจควบคุมบริหารธุรกิจที่ขอจดทะเบียน หรือในกิจการที่มีความเสี่ยงต่อการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือนอมินี เราเพิ่มการตรวจสอบให้เข้มข้นขึ้นตั้งแต่ก่อนจดทะเบียนอย่างที่เคยเล่าไปแล้ว โดยในเดือนสิงหาคม 2569 มีบริษัทกลุ่มเสี่ยงยื่นจดทะเบียน 163 ราย ลดลงจาก 894 รายในช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือลดลงถึงร้อยละ 81.77 เลย
หลักคิดของเรื่องนี้ตรงไปตรงมา อะไรที่ซ้ำซ้อนและตัดได้ก็ตัด อะไรที่ทำให้ง่ายและเร็วขึ้นได้ก็ปรับ อาจจะไม่ใช่เรื่องปกติที่หน่วยงานภาครัฐจะยอมลดบทบาทหรืออำนาจของตัวเอง แต่คำถามสำคัญคือ ปรับแล้ว โดยรวมทำงานได้ดีขึ้นหรือไม่ โปร่งใสและรวดเร็วขึ้นหรือไม่ และสุดท้ายประเทศกับประชาชนได้ประโยชน์อะไร ถ้าคำตอบคือใช่ เราก็พร้อมปรับบทบาทของตัวเอง
กลุ่มที่ 1: มีกฎหมายและหน่วยงานเฉพาะกำกับดูแล
1.ธุรกิจบริการโทรคมนาคม (เฉพาะประเภทที่ไม่มีโครงข่ายโทรคมนาคมเป็นของตนเอง) – กำกับดูแลโดย สำนักงาน กสทช.
2.ธุรกิจศูนย์บริหารเงิน – กำกับดูแลโดย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยให้บริการแก่บริษัทในเครือเท่านั้น
3.ธุรกิจอื่นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (เช่น ธุรกิจการให้กู้ยืมเงินที่มีหลักทรัพย์เป็นประกัน) – กำกับดูแลโดย สำนักงาน ก.ล.ต.
4.ธุรกิจการให้บริการเป็นตัวแทน ผู้ค้า ที่ปรึกษา หรือผู้จัดการเงินทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ที่สินค้าหรือตัวแปรอ้างอิงไม่อยู่ภายใต้กฎหมายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า) – กำกับดูแลภายใต้กฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
กลุ่มที่ 2: ให้บริการเฉพาะบริษัทในเครือหรือในกลุ่มเดียวกัน (ไม่แข่งกับคนไทย)
5.ธุรกิจบริการบริหารจัดการงานด้านธุรการ ด้านทรัพยากรบุคคล และด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
6.ธุรกิจบริการรับค้ำประกันหนี้เฉพาะภายในประเทศ
กลุ่มที่ 3: กิจการอำนวยความสะดวกหรือกิจการเฉพาะด้านพลังงาน
7.ธุรกิจบริการให้เช่าพื้นที่บางส่วนเพื่อติดตั้งเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ (เช่น ตู้เอทีเอ็ม) และเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พนักงานในบริษัท
8.ธุรกิจบริการขุดเจาะปิโตรเลียม (ให้บริการเฉพาะผู้รับสัมปทานหรือผู้ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย)
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB